เจิ้งเหอชาวจีนที่เดินทางไปถึงอเมริกาเป็นคนแรก

คณะทูตจากจากต่างประทเทศที่มากับเรือ

เจิ้งเหอชาวจีนที่เดินทางไปถึงอเมริกาเป็นคนแรก

เจิ้งเหอผู้นำกองเรือจีนโลดแล่นในมหาสมุทรไกลถึงอเมริกา เจิ้งเหอผู้นำกองเรือจีนโลดแล่นในมหาสมุทรไกลถึงอเมริกา

หากย้อนไปอ่านบทเรียนที่เราเคยร่ำเรียนกันมา เราก็คงจะพบแต่คำตอบเดิมๆ ทฤษฏีเดิม ประวัติศาสตร์บทเดิมๆ ที่เล่าซ้ำมาซ้ำไป แบบไม่มีใครคิดหาความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วประวัติศาสตร์ที่ชาติตะวันตกเขียนขึ้นมานั้น หลายคนคงจะคิดว่าเป็นสิ่งที่ห่างไกลคนเอเชียอย่างเรา และท้ายที่สุดก็แค่รับรู้ว่าเป็นมันอย่างไร จากนั้นก็ลืมมันไป แต่…. อันที่จริงประวัติศาสตร์หลายต่อหลายหน้าก็ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ จะด้วยความจงใจไม่บันทึก หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าหากว่ามันเป็นความจริง สักวันมันก็ต้องมีคนรู้

เรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กะนฟังในบทความนี้ คือเรื่องราวของผู้ที่เดินทางรอบโลกเป็นคนแรก…

หลายคนที่มีหัวความจำทางด้านประวัติศาสตร์ดี ก็คงจะตอบได้ทันใดว่า อ้อ… ก็โคลัมบัสไง…
ถ้าอิงจากตำราฝรั่งหนะก็อาจจะไม่มีใครเถียง แต่หากได้ฟังข้อบันทึกเรื่องราวจากทางฝั่งเอเชียบ้างจะรู้ว่า ผู้ที่เดินเรือพิชิตรอบโลกมาแล้วนั้นคือ “เจิ้งเหอ” ซึ่งเขาคนนี้คือคนจีน ใช่ครับ คือคนจีน….ไม่ใช่โคลัมบัสแต่อย่างไร และมิหนำซ้ำยังเป็นนักเดินเรือคนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกาอีกด้วย
เจิ้งเหอนั้นเป็นชาวจีนที่เป็นลูกหลากขุนนางชาวจีนเชื้อสายมุสลิม เป็นชาวมณฑลยูนนาน เกิดเมื่อปี ค.ศ 1371 เมื่อสมัยยังเด็กนั้น คุณปู่ของเขาที่เคยเดินทางไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครเมกกะห์มักจะเล่าถึงเรื่องราวการได้เจอะเจอผู้คนมากมายให้เขาฟัง และต่อมาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขามีความคิดที่จะเดินเรือเพื่อแสวงหาเรื่องราวและสิ่งของใหม่ๆกลับคืนสู่แผ่นดินจีนบ้านเกิดของเขา และยิ่งไปกว่านั้น กองเรือของเขาเคยได้เดินทางมาที่กรุงศรีอยุธยาด้วย

 

พิกัดการเดินเรือของเจิ้งเหอ

พิกัดการเดินเรือของเจิ้งเหอ

แรกเริมเดิมทีนั้นเจิ้งเหอไม่ได้เป็นขันที แต่เขาถูกจับตอนเป็นขันทีสมัยที่ กษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์หมิงได้ขับไล่พวกมองโกลออกจากแผ่นดินและบุกยึดยูนนานทางใต้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรหมิงสมัยนั้น แต่ด้วยเพราะว่าบิดาของหม่าเหอ(ชื่อเดิมเจิ้งเหอ) นั้นเป็นทหารให้กับราชวงศ์มองโกล(ราชวงศ์หยวน) เมื่อรบแพ้ จึงต้องจำยอมส่งบุตรชายไปเป็นขันทีตามทำเนียมของผู้แพ้ในสมัยนั้น และต่อมาก็ตรอมใจตาย เพราะรับไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

หลังจากที่เจิ้งเหอไปรับใช้อยู่ในวัง ได้มีส่วนช่วยให้องค์ชายจูตี้โอรสของฮ่องเต้จูหยวนจาง(ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิง) ได้ขึ้นครองราชบัลลังก์และมีความชอบอย่างมาก ในที่สุดจึงได้รับการพระราชทานนามกสุลแซ่เจิ้งที่ทุกคนรู้จักกัน
เจิ้งเหอได้รับการไว้วางใจจากองค์ฮ่องเต้อย่างมาก และได้รับตำแหน่งในการควบคุมกองเรือใหญ่ของจีนทั้งหมด และเพื่อเป็นการประกาศศักดาและค้าขายผ่านทางเรือกับต่างประเทศของจีน เจิ้งเหอจึงได้รับบัญชาให้จัดตั้งกองเรือออกจากน่านน้ำของจีน
เพื่อล่องมหาสมุทรไปสู่ดินแดนอื่น

การเดินทางของเจิ้งเหอใช้เวลาทั้งหมด 28 ปี สำรวจมหาสมุทรรวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง รวมระยะทางไม่ต่ำกว่า 50,000 กิโลเมตร
การเดินทางของเขาในครั้งนั้น ทำให้เขาได้มีโอกาศเทียบเรือเยือนประเทศต่างๆมาแล้วทั้งหมด 37 ประเทศ กล่าวกันว่าขนาดลำเรือมหาสมบัติของเจิ้งเหอนั้นมีความยาวถึง 400 ฟุต ซึ่งใหญ่กว่าเรือ ของโคลัมบัสที่ยาวเพียง 85 ฟุต ถึง 5 เท่า

 

เทียบขนาดระกว่างเรืองมหาสมบัติของเจิ้งเหอกับเริอของโคลัมบัส

เทียบขนาดระหว่างเรืองมหาสมบัติของเจิ้งเหอกับเริอของโคลัมบัส

ต้นปีถัดมาเจิ้งเหอก็เริ่มออกเดินทางในครั้งที่ 2 เวลานั้นอายุ 36 ปี ครั้งที่ 3 อายุ 38 ปี ครั้งที่ 4 อายุ 42 ปี ครั้งที่ 5 อายุ 46 ปี ครั้งที่ 6 อายุ 50 ปี ครั้งที่ 7 อายุ 60 ปี โดยครั้งสุดท้ายมีจำนวนลูกเรือ 27,550 คน ไปไกลถึงทวีปแอฟริกา

 

กองเรือมหาสมบัติอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์หมิงที่นำโดยเจิ้งเหอ

กองเรือมหาสมบัติอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์หมิงที่นำโดยเจิ้งเหอ

การเดินเรือออกยังมหาสมุทรในครั้งแรกของเจิ้งเหอนั้น มีเรือขนาดใหญ่เป็นเรือติดตามจำนวน 60 และยังมีเรือขนาดเล็กอีก 255 ลำ รวมลูกเรือทั้งกองจำนวน 27,870 คน ซึ่งวิถีการเดินเรือในครั้งแรกนั้น จะแล่นเรือลัดเลาะตามชายฝั่งของจีน ลงไปเรือยๆผ่านเวียดนาม อาณาจักรจามปา เข้าเกาะชวา(ปัจจุบันเป็นเกาะหนึ่งในอินโดนีเซีย) จากนั้นต่อด้วยศรีลังกา และเมืองอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง โดยขากลับนั้นเขาได้นำคณะทูตต่างๆเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้ด้วย

 

เจิ้งเหอกับบรรดากษัตริย์ต่างแคว้น

เจิ้งเหอกับบรรดากษัตริย์ต่างแคว้น

 

 

คณะทูตจากจากต่างประทเทศที่มากับเรือ

คณะทูตจากจากต่างประทเทศที่มากับเรือ

นอกจากจะนำทูตจากประเทศต่างๆเข้าเฝ้า เขายังได้นำสัตว์จากท้องถิ่นต่างๆที่ไม่มีในแผ่นดินจีนมาให้พระองค์ทอดพระเนตรด้วย เช่น สิงโต เสือดาว นกกระจอกเทศ ม้าลาย ยีราฟ (ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตัวกิเลนของจีน และชาวจีนก็เรียกยีราฟว่ากิเลน) ซึ่งสิ่งเหล่านนั้นสร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดาคนจีนที่ได้พบเห็นอย่างมาก

 

ยีราฟสัตว์ที่มีหน้าตาใกล้เคียงกับกิเลนของจีน

ยีราฟสัตว์ที่มีหน้าตาใกล้เคียงกับกิเลนของจีน

 

 

มีหลักฐานหลายข้อบ่งชี้ว่าเจิ้งเหอนั้นเดินทางไปถึงทวีปอเมริกา โดยเฉพาะอเมริกามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นหลักฐานได้ เช่นถ้วยกระเบื้องเคลือบ ผู้คนบางกลุ่มที่มีหน้าตาคล้ายคนจีน ไก่สายพันธ์จีนที่แพร่พันธ์ที่นั่น เมล็ดของพืชผักหลายอย่าง เป็นต้น

ภายหลังสิ้นสุดการเดินเรือครั้งที่ 7 ประเทศจีนก็เข้าสู่ภาวะว่างเว้นจากการเดินเรือ และเจิ้งเหอได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ 1432 ที่แดนภารตะ (ประเทศอินเดีย) แต่องค์ฮ่องเต้ได้พระราชหลุมฟังศพให้กับเขาที่เมืองนานกิง แต่ในหลุมก็มีเพียงเสื้อผ้าและเส้นผมของเขาเท่านั้น

 

หลุมฝังศพแบบอิสลามของเจิ้งเหอ หลุมฝังศพแบบอิสลามของเจิ้งเหอ

ปัจจุบันยังมีการถกเถียงกันอย่างมากมายเกี่ยวกับวิทยากายรการเดินเรือของเจิ้งเหอ แต่ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยเรื่องราวของเจิ้งเหอก็พิสูจน์ให้เห็นว่าชาติในเอเชียอย่างจีน มีวิวัฒนาการทางด้านการเดินเรือนำหน้ายุโรบหลายร้อยปีเลนยทีเดียว

 

 

 

 

บทความอื่น ๆ ที่น่สนใจ